1. ตั้งสติก่อน คดีนี้ไม่ติดคุก
การไม่ชำระหนี้บัตรเครดิตเป็นความรับผิดทางแพ่ง ไม่ใช่คดีอาญา ผลที่ร้ายแรงที่สุดคือเจ้าหนี้บังคับคดีเอากับทรัพย์สินหรือรายได้ เท่าที่กฎหมายอนุญาต การรู้ข้อนี้ช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมีสติ และไม่ตกเป็นเหยื่อการทวงหนี้ที่ข่มขู่เกินจริง
2. อ่านหมายศาลและคำฟ้องให้ครบ
ข้อมูลที่ต้องดูให้ชัด มีดังนี้
- ศาลและวันนัด ศาลไหน นัดวันใด เวลาใด
- ผู้ฟ้อง เป็นธนาคารเจ้าของบัตร หรือบริษัทที่รับซื้อหนี้มา
- ยอดที่ฟ้อง แยกเงินต้น ดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียม
- วันที่ผิดนัดชำระ ใช้คำนวณอายุความ
3. ไปศาลตามวันนัดทุกครั้ง
คดีที่ธนาคารหรือผู้ให้บริการบัตรฟ้องลูกค้า โดยมากเป็น "คดีผู้บริโภค" ซึ่งจำเลยให้การได้ในวันนัดพิจารณา และศาลมักจัดให้ไกล่เกลี่ยก่อน หากไม่ไปศาล ศาลอาจพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียวและพิพากษาตามคำฟ้อง โดยลูกหนี้ไม่ได้ใช้สิทธิต่อสู้เลย
ข้อควรระวัง: ให้ยึดตามกำหนดที่ระบุในหมายศาลของคดีตนเองเป็นหลัก หากไม่แน่ใจว่าต้องยื่นเอกสารใดภายในวันใด ควรปรึกษาทนายทันที
4. ตรวจอายุความ
หนี้บัตรเครดิตโดยทั่วไปมีอายุความ 2 ปี นับแต่วันที่ผิดนัด ส่วนสินเชื่อส่วนบุคคลที่ผ่อนเป็นงวดมักมีอายุความ 5 ปี หากเจ้าหนี้ฟ้องเมื่อพ้นอายุความแล้ว ลูกหนี้ต่อสู้ให้ศาลยกฟ้องได้
จุดที่หลายคนพลาดคือ ศาลจะไม่ยกเรื่องอายุความขึ้นพิจารณาเอง ลูกหนี้ต้องยกขึ้นต่อสู้ในคำให้การ ถ้าไม่ยก ก็เสียสิทธินี้ไป นอกจากนี้ การชำระหนี้บางส่วนหรือเซ็นหนังสือรับสภาพหนี้ อาจทำให้อายุความเริ่มนับใหม่ จึงควรปรึกษาทนายก่อนเซ็นเอกสารใด ๆ
5. ตรวจยอดหนี้และดอกเบี้ย
ดอกเบี้ยบัตรเครดิตมีเพดานตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด หากพบว่าคิดดอกเบี้ยเกิน มีค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน หรือยอดไม่ตรงกับใบแจ้งยอด ลูกหนี้ขอให้ศาลตรวจสอบได้ และอาจช่วยลดยอดที่ต้องชำระลงได้มาก
6. เจรจาประนอมหนี้อย่างรอบคอบ
ในชั้นไกล่เกลี่ย ลูกหนี้ขอผ่อนเป็นงวด ขอลดดอกเบี้ย หรือขอปิดยอดได้ เมื่อตกลงกันได้จะทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาล ควรตกลงเฉพาะยอดผ่อนที่จ่ายไหวจริง เพราะถ้าผิดนัดตามสัญญา เจ้าหนี้บังคับคดีได้ทันทีโดยไม่ต้องฟ้องใหม่
7. ถ้าศาลพิพากษาแล้ว
เจ้าหนี้มีเวลาบังคับคดี 10 ปีนับแต่วันที่ศาลพิพากษา โดยอาจอายัดเงินเดือนหรือยึดทรัพย์สินได้ภายในขอบเขตที่กฎหมายกำหนด รายได้บางส่วนกฎหมายห้ามอายัด ลูกหนี้ยังเจรจากับเจ้าหนี้ได้ แม้อยู่ในชั้นบังคับคดี
- หมายศาลและสำเนาคำฟ้อง
- บัตรประชาชน
- ใบแจ้งยอดบัตรเครดิตฉบับล่าสุด
- หลักฐานการชำระเงิน
- หนังสือทวงถามที่เคยได้รับ
- ข้อความหรือบันทึกการเจรจา